สรุปเนื้อหา
✅ ข้อดี
- หน้าจอ AMOLED 144Hz ให้สีสันสดและรายละเอียดคมชัด ความสว่างสูง สู้แสงแดดได้ดี
- กล้องถ่ายรูปคุณภาพสูงทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
- แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ สามารถใช้งานได้ตลอดวัน
❌ ข้อเสีย
- ชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4 ยังเป็นรองมือถือคู่แข่ง
- ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย
หน้าจอ
vivo V80 ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 2750x1260 พิกเซล หรือ 459 PPI สามารถแสดงภาพได้อย่างคมชัดพร้อมรองรับสีกว่า 1.07 พันล้านเฉดสี
ตัวหน้าจอสามารถให้ความสว่างสูงสุด 5,000 nits ขณะที่ความสว่างสูงสุดทั่วไป (HBM) อยู่ที่ 1,800 nits สามารถแสดงสีสันได้อย่างโดดเด่นและไม่มีปัญหากับการใช้งานใต้แสงแดด ส่วนอัตรารีเฟรชมีการอัปเกรดจากรุ่น V70 ที่เป็น 120Hz ขึ้นมาเป็น 144Hz ซึ่งในการใช้งานจริงอาจไม่เห็นความแตกต่างในการลื่นไหลของภาพมากนัก ยกเว้นแต่ว่าจะใช้เล่นเกมที่รองรับอัตรารีเฟรช 144Hz
นอกจากนี้หน้าจอยังรองรับ HDR, HDR10+ และ HLG ซึ่งช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการรับชมหนังผ่านสตรีมมิ่งที่รองรับการใช้งาน HDR

กล้อง
กล้องถ่ายรูปของ vivo V80 พัฒนาร่วมกับ Zeiss โดยกล้องหลังประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่
- กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.88 รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps
- กล้องเทเลโฟโต้สำหรับการซูมระยะไกลความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบกันสั่น สามารถซูมออปติคัลได้ 3 เท่า และซูมดิจิทัลได้สูงสุด 100 เท่า
- กล้องอัลตร้าไวด์ยังคงความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซลเท่ากับรุ่นก่อน ทำให้ความสามารถในการถ่ายอัลตร้าไวด์ยังเป็นรองอยู่
ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 30fps
การถ่ายภาพกลางวันสามารถเก็บรายละเอียดได้คมชัด ให้สีได้แม่นยำ แต่การถ่ายภาพตอนกลางคืนหรือที่แสงน้อยยังทำได้ไม่คมชัดเท่ามือถือเรือธง
ประสิทธิภาพ
vivo V80 ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งเป็นชิปรุ่นเดียวกับที่ใช้ในรุ่น V70 โดยการทดสอบ AnTuTu ได้คะแนนต่ำกว่ามือถือคู่แข่งอย่าง OPPO Reno16 ที่ใช้ชิปประมวลผลตัวเดียวกัน และมีประสิทธิภาพต่ำกว่า iQOO 15R ที่ใช้ชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประสิทธิภาพของชิปประมวลผลจะไม่ได้ดีที่สุดในรุ่น แต่การใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมสามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา โดยสามารถใช้เล่นเกมอย่าง Call of Duty: Mobile ได้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงโดยไม่มีอาการเครื่องร้อน
แบตเตอรี่
vivo V80 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 7,200 mAh ซึ่งเป็นจุดเด่นที่อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อน โดยแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ตลอดวันสำหรับคนที่ใช้มือถือเป็นประจำ โดยไม่มีปัญหากับการเปิด 5G ตลอดเวลา
โดยการเปิดดูยูทูปเป็นเวลา 30 นาที แบตเตอรี่ลดลงเพียง 4% ขณะที่การใช้เล่นเกม แบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่า แต่ภาพรวมถือว่าไม่มีปัญหากับการใช้งานตลอดวัน
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการชาร์จเร็ว 90W ซึ่งสามารถชาร์จจาก 0-100% ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมตัวเครื่องยังรองรับการชาร์จบายพาสที่ส่งไฟเข้าเครื่องโดยตรงไม่ต้องผ่านแบต ทำให้เครื่องไม่ร้อนและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ แต่ตัวเครื่องยังคงไม่รองรับการชาร์จไร้สาย

ดีไซน์
ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่คล้ายกับ iPhone Pro Max โดยฝาหลังเป็นกระจกที่ให้สัมผัสพรีเมี่ยมขณะถือ ส่วนกรอบและปุ่มกดเป็นอลูมิเนียมที่ทนต่อการกระแทก ตัวเครื่องหนักราว 200 กรัม และหนา 7.69 มม. ซึ่งไม่ได้หนักหรือหนามากจนเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่
ปุ่มสแกนนิ้วอยู่ใต้หน้าจอโดยใช้เทคโนโลยี 3D Ultrasonic ช่วยให้สแกนนิ้วได้ง่าย นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการส่งสัญญาณอินฟราเรดที่สามารถใช้งานเป็นรีโมทเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างทีวีและแอร์ได้
ตัวเครื่องกันน้ำและกันฝุ่น IP68 และ IP69 หมายความว่าเครื่องสามารถจมน้ำตื้นได้โดยไม่เสียหายและป้องกันการฉีดน้ำแรงดันสูง
สรุป
โดยรวมแล้วโทรศัพท์ vivo V80 เป็นมือถือพรีเมี่ยมในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป จุดเด่นอยู่ที่หน้าจอ AMOLED 144Hz ที่แสดงสีสัดได้สดและคมชัด พร้อมกล้องหน้าและกล้องหลังถือใช้ถ่ายภาพได้ดี เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน รองรับการซูมระยะไกล แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,200 mAh สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดวัน
จุดด้อยของมือถือตัวนี้อยู่ที่ชิปประมวลผลอาจไม่ได้แรงที่สุดในมือถือราคานี้ แต่สามารถมองข้ามจุดนี้ได้ถ้าไม่ได้ใช้เล่นเกมกราฟิกสูงหรือใช้แอปที่กินทรัพยากรมาก





